ราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากทั้งการอ่อนค่าของดอลลาร์ ท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเร็ววันนี้ รวมไปถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น จึงเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคําพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี บริเวณ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคาทองคําถูกแรงขายทํากําไรในเวลาต่อมา หลังนสพ. นิวยอร์ก ไทม์สรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ สั่งยกเลิกการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้น 10 นาที ล่าสุดปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่าเขาสั่งยกเลิกการโจมตี เพราะเชื่อว่าเป็นการกระทําที่เกินกว่าเหตุและไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตของชาวอิหร่าน อีกทั้งยังต้องการใช้การควํ่าบาตรทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่านมากกว่า การหลีกเลี่ยงปฏิบัติการทางการทหารก่อให้เกิดแรงขายทํากําไรออกมา อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของดอลลาร์ช่วยหนุนให้ราคาทองคําฟื้นตัวขึ้นในที่สุด ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังไม่แน่นอนสูง จึงทําให้นักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคําเพื่อป้องกันความเสี่ยง สะท้อนจาก SPDR ที่ถือครองทองคําเพิ่มในวันศุกร์ถึง +34.93 ตันซึ่งถือเป็นปริมาณที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. ปี 2009 สําหรับวันนี้ ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่มา ylgbullion.co.th
Related Posts
บทวิเคราะห์ ราคาทอง ภาคเช้า 14 สิงหา 2561
ราคาทองคํา ปิดปรับต…
บทวิเคราะห์ ราคาทองวันนี้ 14 พย 61
ราคาทองคํา วานนี้ ปิ…
บทวิเคราะห์ ราคาทองวันนี้ 28 พฤศจิกายน 2561
ราคาทองคําวานนี้ ปิ…